แกรนด์จอร์เจีย A

GRAND GEORGIA A

เตอร์กิช แอร์ไลน์
9 วัน 6 คืน
20 กิโลกรัม
มาตรฐานยุโรป
4 ดาว หรือเทียบเท่า

 

ดินแดนแห่งทะเลดำและเทือกเขาคอเคซัส
ทบิลิซี – อัพลิสต์ชิเคห์ – คูไทซึ – บาทูมิ – บอร์โจมี
อันนานูรี – คาสเบกิ – หุบเขาคอเคซัส – โกรี – มอสเคต้า

สายการบิน  :  เตอร์กิช แอร์ไลน์ AIRBUS รุ่นใหม่ / กลุ่มสตาร์อัลไลแอนซ์  โรงแรม :   มาตรฐานเดอลักซ์ 4 ดาวบวก – 5 ดาว
อาหาร :  เช้าแบบอเมริกัน กลางวัน-ค่ำแบบพื้นเมือง และเอเชียบ้างเล็กน้อย 
รถโค้ช :  มาตรฐานยุโรป 30-40 ที่นั่ง
มัคคุเทศก์  :  รับประกันชำนาญเส้นทาง
เรือ :  ใหญ่สะดวกปลอดภัย ล่องชมความงามทะเลดำ
มัคคุเทศก์ :  ชำนาญเส้นทางแน่นอน
หมายเหตุ  :  10 ท่านขึ้นไปออกเดินทาง

 

วันแรก   กรุงเทพฯ – อิสตันบูล 
เวลา 19.30 น. :   พร้อมกันสนามบินสุวรรณภูมิ (เข้าประตู 9) เคาน์เตอร์ U สายการบินเตอร์กีช แอร์ไลนส์ เจ้าหน้าที่จากบริษัท คอยให้การต้อนรับ
เวลา 22.35 น. :   ออกเดินทางสู่อิสตันบูล โดยเที่ยวบินที่ TK 065

 

วันที่สอง   อิสตันบูล – ทบิลิซี – อัพลิสต์ซิเคห์ – คูไทซึ
เวลา 05.45 น. :  ถึงสนามบินอิสตันบูล พักรอเปลี่ยนเที่ยวบิน
เวลา 07.45 น. :   ออกเดินทางสู่ทบิลิซี โดยเที่ยวบินที่ TK 378
เวลา 11.10 น. :   ถึงสนามบินทบิลิซี (TBILISI) เมืองหลวงของจอร์เจีย นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ตัวเมือง
เวลา 13.00 น. :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :   นำท่านเดินทางสู่เมืองอัพลิสต์ซิเคห์ (UPLISTSIKHE / 84 กม. / 1 ชม. 45 นาที) เพื่อชมถ้ำเก่าแก่และใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย บริเวณถ้ำถูกทำขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคการเริ่มต้นราวศตวรรษที่ 8-7 ก่อนคริสตกาล ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าจากอินเดียสู่ทางด้านเหนือแถบหมู่บ้านมทวารี และหุบเขารีโอนีไปยังทะเลดำและต่อไปยังด้านตะวันตก ทำให้เกิดการพัฒนาการเป็นเมืองต่างๆ หลายเมือง และอัพลิสต์ซิเคห์ก็เป็นเมืองหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางการค้าได้ถูกสร้างขึ้นในราวพันปีก่อนคริสตกาล และต่อมาก็ได้ถูกขยายออกไปจนกว้างขวาง ให้  ท่านได้ชมหมู่บ้านที่ถูกสร้างจากถ้ำโดยมีเนื้อที่กว้างประมาณ 50 ไร่ ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนใต้ ส่วนกลางและส่วนเหนือ ซึ่งส่วนกลางจะมีบริเวณใหญ่ที่สุด ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างตัดหินและเจาะลึกเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นยังถูกสร้างให้ต่อไปยังส่วนใต้โดยผ่านอุโมงค์และทางแคบๆ และบางแห่งก็จะมีบันไดจากศูนย์กลางกระจายออกไปยังส่วนต่างๆ ถ้ำส่วนมากจะไม่มีการตกแต่งใดๆ ภายในเลย ถึงแม้ว่าบางแห่งจะเจาะเป็นถ้ำใหญ่โตก็จะมีเพดานห้องที่ทำเป็นที่หลบซ่อนอีกทีหนึ่ง และบางแห่งถึงแม้จะใหญ่โตแต่ก็ได้เจาะห้องเล็กๆ ทางด้านหลังหรือทางด้านข้างอีกด้วย ซึ่งบางที่อาจจะใช้ในการประกอบพิธีต่างๆ ได้ด้วย ในราวศตวรรษที่ 9-10 ที่ด้านบนของสถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างเป็นยอดโดมด้วยหินและก่ออิฐ ซึ่งต่อมานักโบราณคดีได้ค้นพบสิ่งต่างๆ มากมาย รวมทั้งเครื่องทอง เครื่องเงินและอัญมณีต่างๆ และยังมีเครื่องเซรามิคและการแกะสลักที่สวยงาม ซึ่งสิ่งของต่างๆ เหล่านี้ได้ถูกนำไปไว้ที่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่กรุงทบิลิซี 
เวลา 16.00 น. :  ออกเดินทางสู่คูไทซึ (KUTAISI / 168 กม. / 2 ชม. 30 นาที) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศจอร์เจีย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศ
ค่ำ :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำเข้าที่พักโรงแรม TSKATUBO SPA RESORT หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

วันที่สาม   คูไทซึ – บาทูมิ
เช้า :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมโบสถ์เบกราติ (BAGRATI CATHEDRAL) โบสถ์ออโธดอกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในจอร์เจีย มีอายุกว่าพันปี สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ตั้งอยู่บนเนินเขา UKIMEIONI ที่สามารถเห็นเมืองคูไทซึได้อย่างสวยงามจากมุมสูง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1994  จากนั้นนำท่านชมอารามเกลาติ (GELATI MONASTERY) อารามหลวงของเมือง สร้างขึ้นตามพระประสงค์ของกษัตริย์เดวิดที่ 4 ผู้ปกครองประเทศจอร์เจียในช่วงศตวรรษที่ 10-11 อารามประกอบด้วยโบสถ์ 2 แห่ง คือโบสถ์พระแม่มารี และโบสถ์เซนต์จอร์จ/เซนต์นิโคลัส ภายในตัวโบสถ์มีภาพเขียนเฟรสโกสวยงามมากมาย นอกจากนี้อารามเกลาติยังเป็นสถาบันชั้นนำของประเทศที่ผลิตนักวิทยาศาสตร์, นักเทววิทยา และนักปราชญ์ชื่อดังหลายท่าน และองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้อารามแห่งนี้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลเมื่อปี ค.ศ. 1944
เวลา 09.30 น. :   ออกเดินทางสู่เมืองบาทูมิ (BATUMI / 151 กม. / 2 ชม.) เมืองท่าชายทะเลและหนึ่งในเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ตัวเมืองตั้งอยู่ติดกับทะเลดำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และเป็นเมืองติดกับชายแดนระหว่างประเทศจอร์เจียและตุรกี เมืองบาทูมิยังเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนสุดพิเศษ เส้นทางริมน้ำที่บอกเล่าเรื่องราวการผสมผสานของโรงแรมเก่าแก่กับสมัยใหม่ อาคารบ้านเรือนเมืองเก่าและหอคอยร่วมสมัยสูงเสียดฟ้า
เวลา 12.30 น. :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :  นำท่านเดินทางสู่ป้อมโกนีโอ้ (GONIO FORTRESS) ป้อมปราการโบราณชายฝั่งทะเลดำใกล้กับประเทศตุรกี สร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานของอาณาจักรออตโตมันในอดีต นอกจากนี้ยังถูกเชื่อว่าเป็นสถานที่ฝังร่างของนักบุญมัทธีอัส 1 ใน 12 อัครสาวกของพระเยซู แต่ไม่ได้มีการขุดเจาะสถานที่เพื่อพิสูจน์แต่อย่างใด เนื่องจากคำสั่งห้ามของรัฐบาลจอร์เจียเกรงว่าจะเป็นการทำลายโบราณสถานให้ทรุดโทรมลง แล้วนำท่านนั่งรถชมเขตชายแดนเชื่อมต่อระหว่างประเทศจอร์เจียและตุรกี จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมเมืองในเขตเมืองเก่า (OLD TOWN) นำท่านสู่จัตุรัสปิอาซซ่า PIAZZA SQUARE (BATUMI PIAZZA) รายล้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรมมากมายบนเนื้อที่กว่า 5,700 ตารางเมตรใกล้ริมอ่าวทะเลดำ สถาปัตยกรรมโดยรอบนับว่าได้แรงบันดาลใจจากประเทศอิตาลี สังเกตได้จากภาพโมเสกและงานกระจกสีที่หาดูได้ตามอาคารรอบจัตุรัส แล้วชมยุโรป  สแควร์ (EUROPE SQUARE) อีกหนึ่งจัตุรัสที่สำคัญประจำเมือง บันทึกภาพกับรูปปั้นอาลีและนีโน่ (ALI  AND NINO MOVING  SCOLPTURES) รูปปั้นสูง 8 เมตรริมทะเลดำที่สามารถเคลื่อนไหวได้ทุกๆ 10 นาที เพื่อแสดงถึงความรัก  ของหนุ่มสาวต่างเชื้อชาติ ศาสนา และยังแสดงถึงสันติภาพระหว่างประเทศจอร์เจียและอาร์เซอไบจานด้วย จากนั้นนำท่านล่องเรือในทะเลดำชมอ่าวเมืองบาทูมิ เหตุที่ได้ชื่อว่าทะเลดำเพราะดินโคลนชายฝั่ง ดินทรายชายหาดของทะเลแห่งนี้เป็นสีดำอันเนื่องมาจากสารไฮโดรเจนซัลไฟด์สะสมอยู่
ค่ำ :  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม HILTON หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

วันที่สี่   บาทูมิ – คูไทซึ – บอร์โจมี
เช้า :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
เดินทางสู่คูไทซึ (KUTAISI / 157 กม. / 2 ชม. 30 นาที) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศจอร์เจียและเคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของอาณาจักรโคลซิส (COLCHIS)
เที่ยง :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย :   ออกเดินทางสู่บอร์โจมี (BORJOMI / 130 กม. / 2 ชม.) เมือง      ตากอากาศเล็กๆ ในหุบเขาตอนใต้ของประเทศจอร์เจีย ตัวเมืองตั้งอยู่กลางหุบเขาคอเคซัส ล้อมรอบด้วยป่าไม้และแหล่งต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียและความร่มรื่นอีกด้วย นำชมเมืองบอร์โจมี เมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องน้ำแร่ โดยน้ำแร่ยี่ห้อบอร์โจมีที่ได้บรรจุจากธารน้ำแร่บริสุทธิ์ที่ไหลจากยอดเขาบาคุเรียนี (BAKURIANI MOUNTAIN) และได้ทำการส่งออกขายกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ในอดีตชาวเมืองเชื่อกันว่าการดื่มน้ำแร่จะทำให้สุขภาพแข็งแรงและสามารถรักษาโรคร้ายได้  นำท่านเข้าชม    สวนบอร์โจมี (BORJOMI CENTRAL PARK) สถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนของชาวเมืองที่นิยมมาเดินเล่นและผ่อนคลายด้วยการแช่น้ำแร่ แล้วนำท่านนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นสู่จุดชมวิวบนหน้าผาเหนือสวนบอร์โจมี อิสระให้ท่านได้ชมวิวอันสวยงามของเมือง และบันทึกภาพตามอัธยาศัย
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำเข้าที่พักโรงแรม CROWNE PLAZA หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่ห้า  บอร์โจมี – อันนานูรี – คาสเบกิ
เช้า  :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่อันนานูรี (ANANURI / 171 กม. / 2 ชม.) นำท่านแวะบันทึกภาพป้อมปราการอันนานูรี (ANANURI FORTRESS) ที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำอารักวี (ARAGVI RIVER) ซึ่งถือเป็นชัยภูมิที่มีความโดดเด่น และมีความเก่าแก่ โดยสันนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 ภายในประกอบไปด้วยปราสาท, โบสถ์ และป้อมปราการที่มีความสวยงาม แม้จะผ่านกาลเวลาและศึกสงครามมายาวนานแต่ยังทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 2007
เวลา 12.30 น. :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย  :  ออกเดินทางสู่เมืองคาสเบกิ (KAZBEGI / 63 กม. / 1 ชม.) หรือสเตปันสมินดา (STEPANTSMINDA) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเทอร์กี้ และอยู่บริเวณใจกลางเทือกเขาคอเคซัส (CAUCASUS) จึงเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวบนเทือกเขาคอเคซัสที่สำคัญของประเทศจอร์เจีย รวมทั้งเป็นจุดชมวิวยอดเขาคาสเบ็ค  (MT. KAZBEG) หนึ่งในยอดเขาที่สวยที่สุดของเทือกเขาคอเคซัส จากนั้นนำท่านเปลี่ยนพาหนะขึ้นรถ 4WD (รถขับเคลื่อน 4 ล้อ) เพื่อเข้าสู่ใจกลางหุบเขาคอเคซัส เพื่อไปชมความสวยงามของโบสถ์เกอร์เกติ (GERGETI TRINITY CHURCH) หรือนิยมเรียกอีกชื่อว่า ทสมินดา ซามีบา (TSMINDA SAMEBA) โบสถ์คริสต์นิกายจอร์เจียออโธดอกซ์ สร้างขึ้นในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14 ด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำเชครี (CHKHERI) บนความสูง  2,170 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีฉากหลังเป็นเทือกเขาคอเคซัสสวยงาม (*การไปโบสถ์เกอร์เกติ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ในกรณีที่ฝนตกหนักหรือถนนถูกปิดกั้นด้วยหิมะที่ปกคลุม ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงสถานที่ท่องเที่ยวตามความเหมาะสม)
ค่ำ :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำเข้าที่พักโรงแรม …………………. หรือระดับเดียวกัน

 

 

 

 

วันที่หก   คาสเบกิ – ไร่ไวน์เชอตูมุกรนิ – โกรี – อนุสาวรีย์แห่งจอร์เจีย – ทบิลิซี
เช้า :  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านชมอนุสาวรีย์มิตรภาพจอร์เจีย (MEMORIAL OF FRIENDSHIP หรือ RUSSIA-GEORGIA  FRIENDSHIP MONUMENT / 29 กม. / 30 นาที) ตั้งอยู่โดดเด่นบนหุบเขา DEVIL’S VALLEY ของเทือกเขาคอเคซัส สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1983 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงความสัมพันธ์อันดีของประเทศจอร์เจียและประเทศรัสเซีย เป็นอนุสรณ์สถานขนาดใหญ่ที่มีความสวยงาม สร้างจากหินและคอนกรีต ภายในมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของทั้งสองประเทศ ให้ท่านได้ชมความสวยงามและบันทึกภาพตามอัธยาศัย 
เวลา 10.00 น. :  จากนั้นนำท่านชมไร่ไวน์เชอตูมุกรนิ (CHATEAU MUKHRANI / 104 กม. / 2 ชม.) ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง จอร์เจียเป็นประเทศที่มีตำนานเล่ากันมาว่าเป็นดินแดนแห่งไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ถือเป็นต้นกำเนิดแห่งการทำไวน์ที่มีบ่มเพาะมากว่า 3,000 ปี จึงทำให้ได้ไวน์ที่มีคุณภาพรสชาติดีเยี่ยม ให้ท่านได้ทดลองชิมไวน์ และเลือกซื้อไวน์ไปเป็นของฝาก
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย :   นำท่านเดินทางสู่เมืองโกรี (GORI / 53 กม. / 50 นาที) อดีตเมืองอุตสาหกรรมและการเกษตรในยุคการปกครองโดยสหภาพโซเวียต ทั้งยังเป็นบ้านเกิดของโจเซฟ สตาลิน (JOSEPH STALIN) จอมเผด็จการที่  ทรงอิทธิพลและอันตรายที่สุดคนหนึ่งของโลกในช่วงศตวรรษที่ 20 นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์สตาลิน (STALIN MUSEUM) ตั้งอยู่บนถนนสตาลินใจกลางเมืองโกรี เรื่องราวของสตาลินมากมายที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่นี่ ทั้งภาพถ่าย ภาพวาด ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว ของขวัญ ของกำนัลจากบรรดามิตรประเทศ
เวลา 16.30 น.  :   นำท่านแวะชมอนุสาวรีย์แห่งจอร์เจีย (THE CHRONICLE OF GEORGIA) อนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ของประเทศจอร์เจีย ตั้งอยู่บนภูเขาที่บอกเล่าถึงเรื่องราวต่างๆ ของประเทศจอร์เจียในอดีตผ่านเสาหินขนาดใหญ่ 16 ต้น แต่ละต้นมีความสูง 35 เมตร โดยแกะสลักรูปต่างๆ บนแท่งหิน แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ล่างสุดเกี่ยวกับพระคัมภีร์ ส่วนกลางเรื่องของชนชั้นสูงในจอร์เจีย และส่วนบนจะเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญของประเทศ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1985 โดยซุราป (ZURAB TSERETELI) สถาปนิกชื่อดัง ให้ท่านได้ชมความอลังการมหึมาของโครงสร้างอันสวยงามแห่งนี้ จากนั้นออกเดินทางสู่ทบิลิซี (TBILISI / 14 กม. / 20 นาที)
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าที่พักโรงแรม SHERATON หรือระดับเดียวกัน 2 คืน

 

 

 

 

วันที่เจ็ด   ทบิลิซี – มอสเคต้า – ทบิลิซี
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
ออกเดินทางสู่มอสเคต้า (MTSKHETA / 26 กม. / 30 นาที) ตั้งอยู่ทางด้านเหนือห่างจากกรุงทบิลิซีประมาณ 20 กม.ในจังหวัดคาร์ทลี่ทางด้านตะวันออกของจอร์เจีย เป็นเมืองที่มีความเก่าแห่งหนึ่งของประเทศ และในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการปกครองของแคว้นมอสเคต้าและเทียนิตี้ เนื่องจากมีโบราณสถานทางด้าน  ประวัติศาสตร์มากมายหลายแห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994  นำท่านชมวิหารสเวติสโคเวลี (SVETITSKHOVELI CATHEDRAL) ซึ่งเป็นโบสถ์อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในบริเวณของมอสเคต้าที่มีรูปแบบของจอร์เจียออโธดอกซ์ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 11 โดยมีสถาปัตยกรรมของจอร์เจีย แล้วนำชมวิหารจวารี (JVARI MONASTERY) ซึ่งเป็นวิหารในรูปแบบของคริสต์ศาสนาออโธดอกซ์ที่ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำมิควารี และแม่น้ำอรักวี และถ้ามองข้ามเมืองมอสเคต้าไปยังบริเวณที่กว้างใหญ่ซึ่งในอดีตเคยเป็นอาณาจักรของไอบีเรีย (KINGDOM OF IBERIA) ซึ่งได้เคยปกครองดินแดนในบริเวณนี้ตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 แล้วเดินทางกลับทบิลิซี ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคูรา (KURA) หรือ เรียกว่าแม่น้ำมตควารี (MTKVARI) ในภาษาท้องถิ่น กรุงทบิลิซีมีเนื้อที่ประมาณ 372 ตร.กม.และมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 1,093,000 คน เมืองนี้ถูกสร้างโดยวาคตัง จอร์กาซาลี (VAKHTANG GORGASALI) กษัตริย์จอร์เจียแห่งคาร์ตลี (ไอบีเรีย) ได้ก่อตั้งเมืองนี้ขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 4 นอกจากนั้นเมืองทบิลิซียังเป็นศูนย์กลางการทำอุตสาหกรรม สังคมและวัฒนธรรมในภูมิภาคคอเคซัส ในประวัติศาสตร์เมืองนี้อยู่ในเส้นทางสายหนึ่งของเส้นทางสายไหม และปัจจุบันยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขนส่ง  และการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในแง่ที่ตั้งที่เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป
เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย
บ่าย :  นำท่านเข้าชมมหาวิหารทบิลิซี (HOLY TRINITY CATHEDRAL) หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า มหาวิหารซาเมบา (HOLY SAMEBA) เป็นโบสถ์ออโธดอกซ์ที่มีความสวยงาม และมีขนาดใหญ่ที่สุด และสำคัญที่สุดของประเทศจอร์เจีย สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1995-2004 และเป็นโบสถ์ออโธดอกซ์ที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลกอีกด้วย จากนั้นนำท่านไปชมโบสถ์เมเตห์คี (METEKHI CHURCH) ที่มีประวัติศาสตร์อยู่คู่บ้านคู่เมืองของทบิลิซี ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผาของแม่น้ำ    มทวารี เป็นโบสถ์แห่งหนึ่งที่สร้างอยู่ในบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นประเพณีโบราณที่มีมาแต่ก่อน กษัตริย์วาคตัง ที่ 1 แห่งจอร์กาซาลี ได้สร้างป้อมและโบสถ์ไว้ที่บริเวณนี้ต่อมาในปี ค.ศ.1278-1284 ได้มีการสร้างขยายโดยกษัตริย์ เซ็นต์  เดมิท  รีอัส ที่ 2 ให้มีโดมสูงเป็นสัญลักษณ์ของโบสถ์ในนิกายออโธดอกซ์ ต่อมาได้ถูกทำลายและได้มีการก่อสร้างขึ้นอีกหลายครั้ง จนในปี ค.ศ. 1235 ได้ถูกพวกมองโกลบุกทำลายและได้มีการก่อสร้างขึ้นใหม่อีก จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ป้อมนาริคาล่า (NARIKALA FORTRESS) ชมป้อมปราการซึ่งเป็นป้อมโบราณที่ถูกสร้างในราวศตวรรษที่ 4 ในรูปแบบของชูริส ทซิเค อัน  หมายถึงรูปแบบที่ไม่มีความสม่ำเสมอกัน และต่อมาในราวศตวรรษที่ 7 สมัยของราชวงศ์อูมัยยาดได้มีการก่อสร้างส่วนต่อขยายออกไปอีก และต่อมาในสมัยของกษัตริย์เดวิด (ปี ค.ศ.1089-1125) ได้มีการสร้างเพิ่มเติมขึ้นอีก ซึ่งต่อมาเมื่อพวกมองโกลได้เข้า  มายึดครอง ก็ได้เรียกชื่อป้อมแห่งนี้ว่า นาริน กาลา (NARIN QALA) ซึ่งมีความหมายถึง ป้อมอันเล็ก (LITTLE FORTRESS) และต่อมาบางส่วนก็ได้พังทลายลงเพราะว่าเกิดแผ่นดินไหวและได้ถูกรื้อทำลายไป แล้วนำท่านไปชมมาเธอร์ ออฟ จอร์เจีย (MOTHER OF A GEORGIA) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ KARTLIS DEDA เป็นรูปปั้นหญิงสาวสูง 20 เมตร บนยอดเขาโซโลลากิ (SOLO LAKI HILL) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1958 เพื่อเฉลิมฉลองนครทบิลิซีอายุครบ 1,500 ปี เป็นรูปปั้นที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณและนิสัยของชาว  จอร์เจีย โดยมือข้างหนึ่งจะถือดาบ ส่วนอีกข้างหนึ่งถือแก้วไวน์ มีความหมายว่าหากใครที่มาเยือนจอร์เจียแบบศัตรูเธอจะใช้ดาบในมือฟาดฟัน แต่หากใครที่มาเยือนอย่างมิตรไมตรี จะต้อนรับด้วยไวน์อย่างอบอุ่น จากนั้นนำท่านแวะบันทึกภาพสะพานสันติภาพ (THE BRIDGE OF PEACE) อีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่น่าสนใจของเมืองทบิลิซี ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน MICHELE DE LUCCHI สะพานมีความยาว 150 เมตร ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำคูรา เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 แล้วนำท่านสู่ถนนรุสทาเวลี (RUSTAVELI) ซึ่งเป็น  ถนนใหญ่ของเมืองที่มีชื่อเสียงและกลิ่นไอแบบยุโรป อาคารบ้านเรือนขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยร้านค้าที่มีสินค้า     แบรนด์เนมต่างๆ มากมาย และร้านขายของที่ระลึกและสินค้าพื้นเมือง ให้ท่านได้เดินเล่นและเลือกซื้อตามอัธยาศัย
ค่ำ  :   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านกลับโรงแรมที่พัก

 

 

 

 

วันที่แปด   ทบิลิซี – อิสตันบูล กรุงเทพฯ
เช้า  :   รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
เวลา 09.00 น. :  นำท่านสู่สนามบินทบิลิซี
เวลา 12.05 น. :  ออกเดินทางสู่อิสตันบูล โดยเที่ยวบินที่ TK 379
เวลา 13.55 น. :   ถึงสนามบินอิสตันบูล พักรอเปลี่ยนเที่ยวบิน
เวลา 18.35 น. :   ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TK 058

 

วันที่เก้า   กรุงเทพฯ
เวลา 07.50 น. :  ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ (ชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า)

 

 

 

วันเดินทาง    22 ก.พ.-1 มี.ค., 7-15, 14-22, 21-29 มี.ค.

อัตราค่าบริการ  **คนไทยไม่ต้องวีซ่า

รายการ

ราคา

ผู้ใหญ่ ห้องคู่ ท่านละ

72,000

เด็ก 2-11 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (มีเตียงเสริม) ท่านละ         

61,000

เด็ก 2-5 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่มีเตียงเสริม) ท่านละ 

58,000

พักห้องเดียว เพิ่มท่านละ                   

13,000

อัตราค่าบริการรวม                                                                                              
– ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเป็นหมู่คณะ                  
– ค่าที่พักโรงแรมตามรายการ
– ค่าอาหารตามรายการ                                  
– ค่าภาษีสนามบินตามรายการ               
– ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานอำนวยความสะดวก                  
– ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ
– ค่ารถรับ-ส่งและนำเที่ยวตามรายการ                  
– ค่าน้ำหนักกระเป๋าใบใหญ่ 1 ใบ ไม่เกิน 20 กก
– น้ำดื่มท่านละ 1 ขวด/วัน                                        
– ค่าขนกระเป๋าขึ้น-ลงท่านละ 1 ใบ
– ค่าประกันอุบัติเหตุ ในวงเงิน 1,000,000.-บาท, ค่ารักษาพยาบาล 1,500,000 บาท (ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)

**ปกติแล้วทัวร์ทั่วไปจะใช้ประกันของตัวแทนที่ยุโรป ซึ่งคุ้มครองแต่อุบัติเหตุ เป็นประกันกลุ่มแบบเหมาเป็นหมื่นหัว และเบี้ยประกันประมาณคนละ 50-60 บาท แต่ของยูนิตี้เรามีซื้อประกัน ALLIANZ  เพิ่มให้ลูกค้าทุกท่านอีก 1 ฉบับ เจ็บป่วยจากการเดินทางจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่น ถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะคุ้มครองได้มากกว่าทัวร์ทั่วไป ยกเว้นโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมาก่อนเดินทาง

อัตราค่าบริการไม่รวม
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่มพิเศษ , ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
– ค่าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน 20 กก. และใบเล็กถือขึ้นเครื่องเกิน 8 กก. (ชั้นธุรกิจไม่เกิน 32 กก. 2 ใบ)
– ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการทำหนังสือเดินทางหายทุกกรณี
– ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากบริษัท

จองทัวร์ ดาวน์โหลด เพิ่มเติม
ค้นหาทัวร์